เนื่องจากตึกทั้ง ๘
หลังนี้ต่างก็มีรูปแบบสถาปัตยกรรมและการตกแต่งที่ไม่เหมือนกัน
จึงเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างประเทศผู้มาเช่าพักเป็นอย่างยิ่ง
และสามารถสร้างผลตอบแทนให้กรมพระคลังข้างที่สามารถนำไปลงทุนเป็นการเพิ่มพูนผลประโยชน์ให้แก่โรงเรียนได้เป็นอย่างดี
แต่เมื่อสงครามโลกครั้งที่ ๒ สงบลง
รัฐบาลสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นผู้เช่าอาคาร ๓
หลังริมถนนราชดำริ ได้ติดต่อทาบทามขอซื้อที่ดิน ๗
ไร่
พร้อมอาคารทั้งสามหลังนั้นจากสำนักงานพระคลังข้างที่ในราคา
๒๓๐,๐๐๐ ดอลลาร์อเมริกัน
ผู้อำนวยการสำนักงานพระคลังข้างที่ในฐานะกรรมการและเหรัญญิกวชิราวุธวิทยาลัยได้นำความกราบทูลพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมพระชัยนาทนเรนทร (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมพระบาชัยนาทนเรนทร)
อภิรัฐมนตรีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เพื่อเรียนพระราชปฏิบัติ
ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
(พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช) ได้
"มีพระราชกระแสรับสั่งว่าให้คณะกรรมการวชิราวุธวิทยาลัยพิจารณาเรื่องนี้"
|
 |
|
อาคาร ๑ ใน ๓ หลังริมถนนราชดำริ
ที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาขอซื้อไปเมื่อ พ.ศ.
๒๔๙๑ |
คณะกรรมการจัดการวชิราวุธวิทยาลัย
คราวประชุมครั้งที่ ๕๗ ได้ประชุมพร้อมกัน ณ
ห้องประชุมกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันอังคารที่ ๑๓
กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๑ แล้ว มีมติว่า
"เรื่องนี้เกี่ยวกับความสัมพันธภาพระหว่างประเทศสยามกับสหปาลีรัฐอเมริกา
วชิราวุธวิทยาลัยควรจะสนับสนุนรัฐบาลจึงอนุมัติให้ขายได้
ส่วนราคานั้นเนื่องจากวชิราวุธวิทยาลัยเป็นสถานศึกษาของเอกชน
ถ้าจะขอขายในราคา ๒๕๐,๐๐๐ ดอลล่า
ก็จะเป็นประโยชน์แก่วชิราวุธวิทยาลัยมาก
เหรัญญิกรับจะไปขอให้เขาให้ราคา ๒๕๐,๐๐๐ ดอลล่า"
ภายหลังจากที่กรรมการและเหรัญญิกไปเจรจากับผู้แทนรัฐบาลสหรัฐอเมริกาแล้ว
จึงมีพระบรมราชานุมัติให้ขายที่ดินพร้อมตึก ๓
หลังนั้นให้แก่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาในราคา ๒๕๐,๐๐๐
ดอลลาร์
และสำนักงานพระคลังข้างที่ได้นำเงินจำนวนดังกล่าวไปลงทุนหาประโยชน์ให้แก่โรงเรียนต่อมา
ส่วนตึกอีก ๕
หลังริมถนนราชดำรินั้นคงจัดให้มีผู้เช่าๆ
ต่อมาจนหมดอายุสัญญาเช่าในช่วงหลังกึ่งพุทธกาล
จึงได้ทยอยรื้อถอนแล้วเปิดให้เอกชนเช่าที่ดินปลูกสร้างเป็นอาคารสูงสำหรับประกอบธุรกิจสืบมาจนถึงทุกวันนี้
อนึ่ง
ยังพบความในรายงานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการวชิราวิทยาลัย
ครั้งที่ ๓๔ ณ หอประชุมวชิราวุธวิทยาลัย
เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๐
ความตอนหนึ่งว่า
|
 |
|
นักเรียนเก่าราชวิทยาลัย พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ
กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ |
|
"หม่อมเจ้าวรรณไวทยากร วรวรรณ
[๑] รับสั่งว่า
ข้าพเจ้าได้เคยถามในที่ประชุมถึงฐานะของเงินทุน
[๒]
หลายครั้งแล้ว ว่าจะถือเป็นทรัพย์สมบัติของใครแน่
และได้รับตอบจากเหรัญญิก
[๓]
ว่าเป็นของพระคลังข้างที่
แต่มีพระบรมราชโองการให้ตั้งไว้โดยฉะเพาะสำหรับเก็บผลประโยชน์เป็นค่าใช้จ่ายของโรงเรียน
จะเอาไปใช้ทางอื่นไม่ได้
ฉะนั้นเมื่อสำนักงานพระคลังข้างที่เป็นผู้เก็บผลบำรุงโรงเรียน
หากเงินรายได้ต่ำลง
ทางสำนักงานพระคลังข้างที่ก็ควรนำความกราบบังคมทูลขอพระมหากรุณาในฐานที่เป็นโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์โดยตรง" |
|
 |
|
นักเรียนเก่าราชวิทยาลัย ทวี บุณยเกตุ
อดีตนายกกรรมการอำนวยการวชิราวุธวิทยาลัย |
นอกจากนั้นยังได้พบความในแฟ้มรายงานการประชุมคณะกรรมการวชิราวุธวิทยาลัย
อีกว่า นักเรียนเก่าราชวิทยาลัย นายทวี บุณยเกตุ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในตำแหน่งนายกกัมการวชิราวุธวิทยาลัย
ได้มีหนังสือลงวันที่ ๒๒ พรึสจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๗
ไปถึง ผู้อำนวยการพระคลังข้างที่ (สะกดตามอักขรวิธีในสมัยนั้น)
สอบถามเรื่องสมบัติของวชิราวุธวิทยาลัย
ความตอนหนึ่งว่า
|
"(1)
สมบัติของโรงเรียนซึ่งพระองค์ผู้พระราชทานกำเหนิดโรงเรียนได้ทรงบริจาคไว้บำรุงโรงเรียน
และพระคลังข้างที่เป็นผู้จัดหาผลประโยชน์นั้น
มีและอยู่ที่ไหน
นอกจากนี้ยังมีอะไรอีกซึ่งบุคคลอื่นมีจิตศรัทธาบริจาคโดยเสด็จในการพระราชกุศลรายนี้
(2) สมบัติของโรงเรียนในข้อ (1) นั้น
พระคลังข้างที่ได้จัดการหาประโยชน์หย่างไร
และมีรายได้ปีละเท่าไร
(3) รายได้ไนข้อ (2) นั้น
พระคลังข้างที่ได้ดำเนินการไช้จ่ายหย่างไร" |
จากหนังสือสอบถามดังกล่าว ผู้อำนวยพระคลังข้างที่
ได้มีหนังสือลงวันที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๗
ชี้แจงตอบข้อซักถามดังกล่าวว่า
|
(1)
สมบัติของโรงเรียนที่พระองค์ผู้พระราชทานกำเนิดได้ทรงบริจาคบำรุงโรงเรียน
กับที่บุคคลอื่นมีจิตต์ศรัทธาบริจาคโดยเสด็จในส่วนพระราชกุศลนี้
ซุ่งสำนักงานพระคลังข้างที่เป็นผู้จัดการหาผลประโยชน์อยู่
มีดั่งต่อไปนี้
1. ที่ดินและตึกบ้านริมถนนราชดำริฝั่งตวันออก 8
หลัง
2. ที่ดินริมถนนราชดำริฝั่งตวันออก 2 แปลง
3. ที่ดินหลังตึกแถวถนนบ้านตะนาวตรงถนนข้าวสารข้าม
10 แปลง
4. ที่ดินตำบลประทุมวันตอนริมถนนพรามที่หนึ่ง 1
แปลง
5. ที่ดินตำบลวรจักร์ ริมวัดจางวางดิษฐ์ 2 แปลง
6. ที่และตึกแถวถนนเยาวราชฝั่งใต้
ริมตรอกเจ๊สัวเนียม 10 ห้อง (กรรมสิทธิ์ร่วมกับวัดราชาธิวาศ)
7. ที่และเรือนกับโรงแถว ตำบลพลับพลาไชย 88 ห้อง (กรรมสิทธิ์ร่วมกับวัดมหาธาตุ)
8. ที่และตึกแถวห้องแถวตำบลป้อมปราบ
ริมคลองถมหลังวัดพลับพลาไชย 41 ห้อง
9. ที่และเรือนตำบลบางขุนพรหมตอนริมวัดตรีทศเทพ 5
หลัง
10. ที่ดินตำบลบางขุนพรหมตอนริมวัดตรีทศเทพ 2 แปลง
11. ที่นาตำบลสามเสนใน อำเภอดุสิต 1 แปลง
12.
เงินทุนรับจำนองที่และสิ่งปลูกสร้างตำบลสำราญราษฎร์
1 ราย 3,000 บาท
(2) สมบัติของโรงเรียนตามที่กล่าวในข้อ (1)
ตั้งแต่รายการ 1. ถึง 11.
สำนักงานพระคลังข้างที่จัดให้เช่า ได้ค่าเช่าปีละ
39,400 บาท รายการ 12. ดอกเบี้ยปีละ 225 บาท
รวมรายได้ประมาณปีละ 39,625 บาท
(3) รายได้ตามที่กล่าวในข้อ (2) นั้น
สำนักงานพระคลังข้างที่ได้ด้เนินการไปในการ
|
1. บำรุงรักษาผลประโยชน์ในปีหนึ่งๆ โดยประมาณ
ดังนี้ |
|
|
|
ก. ค่ารางวัลคนเก็บค่าเช่า
|
180
|
บาท |
|
ข. ค่าอากรแสตมป์
|
80 |
บาท |
|
ค. ค่าช่วยบำรุงท้องที่
|
650 |
บาท |
|
ง. ค่าภาษีโรงเรือน ฯ |
3,050 |
บาท |
|
จ. ค่าประกันอัคคีภัย |
850 |
บาท |
|
ฉ. ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด |
1,600 |
บาท |
|
ช. ค่าส่วนลดร้อยละ 5
ให้แก่สำนักงานพระคลังข้างที่ |
1,250 |
บาท |
|
ซ. สำรองไว้เป็นค่าก่อสร้างและซ่อมแซม |
6,800 |
บาท |
|
|
|
|
|
2. โอนไปสมทบงบประมาณการใช้จ่ายประจำปีของโรงเรียน |
12,000 |
บาท |
| |
|
|
|
รวมรายจ่ายปีละประมาณ |
26,160 |
บาท |
นอกจากรายการทรัพย์สินดังกล่าวข้างต้นแล้ว
ผู้อำนวยการพระคลังข้างที่ยังได้แจ้งให้คณะกรรมการอำนวยการวชิราวุธวิทยาลัยทราบด้วยว่า
|
"ก.
สมบัติที่เป็นตัวเงินในบัญชีโรงเรียนมหาดเล็กหลวง
เพียงสิ้นธันวาคม 2487 มีอยู่ : - |
|
(1) เป็นเงินสดในมือ 22,978.90 บาท |
22,978
|
.90
บาท |
|
(2) เป็นเงินฝากธนาคาร 68,199.58 บาท |
68,199 |
.58
บาท |
| |
|
|
|
รวมเงิน |
91,178 |
.58 บาท |
ข.
สมบัติที่ชักไว้เป็นทุนสำรองก่อสร้างซ่อมแซมนั้น
เพิ่งเร่มหักกันเมื่อ พ.ศ. 2484
แต่ก็ได้ใช้จ่ายไปในการก่อสร้างต่อมาหมดจำนวนแล้ว" |
หลังจากนั้นก็ไม่พบว่ามีการบันทึกเรื่องทรัพย์สินของวชิราวุธวิทยาลัยในรายงานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการวชิราวุธวิทยาลัยแกเลย
คงมีบันทึกแต่เพียงว่า
ในการจัดทำงบประมาณประจำปีของวชิราวุธวิทยาลัยต้องจัดตามกรอบวงเงินค่าเล่าเรียน
รวมกับเงินพระบรมราชโองการที่กระทรวงศึกษาธิการจัดถวายเป็นรายปี
กับเงินผลประโยชน์ที่สำนักงานพระคลังข้างที่จะแจ้งให้ทราบเป็นรายปี
ซึ่งในปีงบประมาณ ๒๕๓๒
วบประมาณประจำปีของวชิราวุธวิทยาลัยมีกรอบวงเงินรวมทั้งสิ้นเพียง
๑๖ ล้านบาทบาทเศษ
เมื่อผู้เขียนได้รับมอบหมายให้จัดทำงบประมาณประจำปี
๒๕๓๓ และ ๓๔ นั้น
โรงเรียนมีข้อจำกัดเรื่องกรอบวงเงินที่สำนักงานพระคลังข้างที่จัดสรรให้
จนแทบจะไม่มีงบประมาณเหลือพอที่จะจัดเป็นค่าซ่อมบำรุงอาคารและจัดหาเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆ
ให้เพียงพอแก่ควาต้องการของโรงเรียน
จึงได้นำความเรียนปฏิบัติท่านผู้บังคับการ ดร.กัลย์
อิศรเสนา ณ อยุธยา
เพื่อขออนุญาตจัดทำงบประมาณตามความต้องการของโรงเรียน
เมื่อได้รับอนุมัติแล้วจึงได้ประสานกับสำนักงานพระคลังข้างที่ขอกำหนดกรอบวงเงินงบประมาณตามความต้องการของโรงเรียน
และเมื่อคณะกรรมการอำนวยการวชิราวุธวิทยาลัยได้พิจารณาให้ความเห็นชอบงบประมาณประจำปี
๒๕๓๓ ในกรอบวงเงิน ๓๘
ล้านบาทเศษตามความต้องการของโรงเรียนแล้ว
สำนักงานพระคลังข้างที่ก็ได้นำความกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
บรมนาถบพิตร
พระบรมราชูปถัมภกวชิราวุธวิทยาลัยในขณะนั้น
ซึ่งก็ได้พระราชทานพระบรมราชานุมัติงบประมาณตามความต้องการของโรงเรียนเป็นปีแรก
ต่อจากนั้นโรงเรียนก็ได้จัดทำงบประมาณประจำปีตามความต้องการของโรงเรียน
และก็ยังคงได้รับพระราชทานพระบรมราชานุมัติเป็นประจำทุกปีมา
สมดังพระราชกระแสที่พระราชทานไว้เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙
ว่า
"ไม่มีพระราชดำริเรื่องขาดทุนกำไรยิ่งกว่าการให้การศึกษาที่ดี"